Topic: ไม่มีหมวดหมู่

บริการเช่าเครื่องมือวัด 0


ทางบริษัทจีโอนอยซ์มีบริการให้เช่าเครื่องมือวัดเสียง และสั่นสะเทือน สำหรับงานวิเคราะห์ทางสิ่งแวดล้อม และงาน Acoustic consult และยังมีเครื่อมือวัดอุตสาหกรรม และเครื่องมือทดสอบสมบัติทางวัสดุอื่นๆอีกมากมายค่ะ หากสนใจหรือมีปัญหาเกี่ยวกับด้านเสียง , ความสั่นสะเทือน มาปรึกษากับทางเราได้นะคะ จีโอนอยซ์ยินดีให้บริการลูกค้าทุกท่านค่ะ 😊
————————————————————————————
————————————————————————————
สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้ที่ 
http://www.geonoise.co.th/ 
https://www.geonoise.com/
สามารถติดต่อเราได้ที่
Tel Office : 02-003-5904,081-9641982
Line : @geonoise
Facebook :
https://www.facebook.com/Geonoise/
————————————————————————————
————————————————————————————
#Geonoise #GeonoiseThailand #Norsonic #Impedancetube #ตรวจวัดเสียง #เสียงรบกวน #เครื่องวัดเสียง #จำหน่ายเครื่องวัดเสียง #รับปรึกษาปัญหาเรื่องเสียง #ควบคุมเสียง #SoundSource #BuildingAcoustics#เครื่องวัดแรงสั่นสะเทือน 
#โปรแกรมเสียง #บริการสอบเทียบ #Calibration #NoiseAlarm#SoundPLAN #NoiseAtWork #Noisecontour #มลพิษทางเสียง#Acoustic #เครื่องวัดฝุ่น #Dustmate #หาแหล่งกำเนิดเสียง #วิเคราะห์เสียง #Measurement #Microphone #NoiseTraining #เครื่องแกะสลักแผงวงจร

มลพิษทางเสียง 0


มลพิษทางเสียง ถือเป็นสิ่งที่คุกคามต่อคุณภาพชีวิต ไม่เพียงแต่เฉพาะผู้ที่อยู่อาศัยในชุมชนใกล้กับศาสนสถาน อย่างเช่นวัด หรือมัสยิด แต่ยังรวมไปถึงผู้อาศัยในส่วนอื่นๆ ที่ต้องได้รับผลกระทบจากเสียงต่างๆ ทั้งจากสภาพแวดล้อมธรรมชาติ และกิจกรรมของมนุษย์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม สถานบันเทิง ร้านค้า หรือแม้แต่เพื่อนบ้านสร้างความรำคาญใจให้บ่อยครั้ง
.
โดยตามประกาศของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2550) เรื่อง กำหนดมาตรฐานระดับเสียงโดยทั่วไป ของ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำหนดให้ ค่ามาตรฐานเสียงทั่วไปเฉลี่ย 24 ชั่วโมงไว้ ไม่เกิน 70 เดซิเบลเอ และค่าระดับเสียงสูงสุด ไม่เกิน 115 เดซิเบลเอ
.
ขณะที่ระดับเสียงดังทั่วไปโดยไม่กระทบต่อสุขภาพ ขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้กำหนดไว้ที่ 80 เดซิเบลเอ
.
ในส่วนของนิยาม เสียงรบกวน นั้น ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 29 (พ.ศ. 2550) เรื่อง ค่าระดับเสียงรบกวน หมายถึง ระดับเสียงจากแหล่งกาเนิดในขณะมีการบกวนที่มีระดับเสียง สูงกว่าระดับเสียงพื้นฐาน โดยมีระดับการเกิน 10 เดซิเบลเอ
.
ซึ่งการจะระบุว่าเสียงใดนั้นเป็นเสียงรบกวนหรือไม่ จะมีการใช้ เครื่องตรวจวัดระดับเสียง ตามมาตรฐาน IEC 60804 หรือ IEC 61672 ของคณะกรรมาธิการระหวางประเทศว่าด้วยเทคนิคไฟฟ้า โดยตั้งไมค์โครโฟนในพื้นๆ ที่มีการบกวน หรือมีผู้ร้องเรียน ผ่าน 3 ตัวแปรคือ
1.) ระดับเสียงของแหล่งกำเนิด
– คือ ระดับเสียงที่ ได้จากการตรวจวัดและจากการคํานวณระดับเสียงในขณะเกิดเสียงของแหล่งกำเนิด ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดที่ประชาชนร้องเรียนหรือแหล่งกำเนิดที่คาดว่าประชาชนจะได้รับการรบกวน
2.) ระดับเสียงขณะไม่มีการรบกวน
– คือ ระดับเสียงที่ตรวจวัดในสิ่งแวดล้อมในขณะยังไม่เกิดเสียง หรือไม่ได้รับเสียงจากแห่งกำเนิดที่ประชาชนร้องเรียน หรือแหล่งกำหนดที่คาดว่าประชาชนจะได้รับการบกวน เป็นระดับเสียงเฉลี่ย
3.) ระดับเสียงพื้นฐาน
– คือ ระดับเสียงที่ตรวจวัดในสิ่งแวดล้อมในขณะยังไม่เกิดเสียง หรือไม่ได้รับเสียงจากแห่งกำเนิดที่ประชาชนร้องเรียน หรือแหล่งกำหนดที่คาดว่าประชาชนจะได้รับการบกวน
หลังจากนั้นจะนำค่าต่างๆ ที่วัดได้มาคำนวณตามสูตรของกรมอนามัยเพื่อให้ได้ผลออกมาเป็น ค่าระดับการรบกวน ซึ่งหากมีค่ามากกว่า 10 เดซิเบลเอ จะถือว่าสิ่งนั้นถือเป็น เหตุรำคาญ ตามกฏหมายว่าด้วยการสาธารณสุขได้ โดยแบ่งการตรวจวัดและคำนวณระดับเสียงขณะมีการรบกวนออกเป็น 5 กรณีคือ
.
1.) มีเสียงเกิดต่อเนื่องตั้งแต่ 1 ชั่วโมงขึ้นไป
2.) มีเสียงต่อเนื่อง แต่ไม่ถึง 1 ชั่วโมง
3.) มีเสียง “ไม่ต่อเนื่อง” เกิดขึ้นมากกว่า 1 ช่วงเวลา แต่ละช่วงเวลา เกิดขึ้นไม่ถึง 1 ชั่วโมง
4.) มีเสียงในพื้นที่ๆ ที่ต้องการความเงียบสงบ หรือเกิดในช่วงเวลา 22.00-6.00 น.
5.) เป็นเสียงกระแทก แหลมดัง ก่อให้เกิดความสะเทือน
.
โดยแต่กรณีก็จะมีการคำนวณเพื่อให้ผลของระดับการรบกวนที่แตกต่างกันออกไป
ตัวอย่าง (กรณีสมมติ)
มีประชาชนที่อาศัยในคอนโดแห่งหนึ่ง ร้องเรียนเสียงระฆังจากวัดใกล้เคียงว่า รบกวนการนอนหลับในช่วงเวลา 22.00-6.00 น. (กรณีที่ 4)
สมมติว่าได้ค่าออกมาดังนี้
1. ระดับเสียงของแหล่งกำเนิด (เสียงระฆัง โดยการวัดค่าจากห้องนอนผู้ร้องเรียน) = 60 dBA (เดซิเบลเอ)
2. ระดับเสียงขณะไม่มีการรบกวน (จากห้องนอนผู้ร้องเรียน) = 52 dBA
3. ระดับเสียงพื้นฐาน (จากห้องนอนผู้ร้องเรียน) = 55 dBA
คำนวณ
ขั้นที่ 1 
นำระดับเสียงของแหล่งกำเนิด “ลบ” ระดับเสียงขณะไม่มีการรบกวน
ได้ 60 – 52 = 8 (ผลต่างค่าระดับเสียง)
ขั้นที่ 2 
นำระดับเสียงของแหล่งกำเนิด “ลบ” ตัวปรับแก้ค่า (เทียบบัญญติไตรยางค์ ผลต่างค่าระดับเสียงตามประกาศกรมอนามัย) “บวก” 3 dBA (เกิดในเวลา 22.00-6.00 น.)
ได้ 60 – 0.5 = 59.5 + 3 = 62.5 dBa (ระดับเสียงขณะมีการรบกวน)
ขั้นที่ 3
นำระดับเสียงขณะมีการรบกวน “ลบ” ระดับเสียงพื้นฐาน
62.5 – 55 = 7.5 dBA (ระดับการรบกวน)
.
ระดับการรวบกวน 7.5 dBa ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานเสียงรบกวนของประกาศของกรมอนามัยที่ 10 dBA ดังนั้นในกรณีนี้จึงไม่ถือเสียงรบกวนที่เป็นเหตุรำคาญ ตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารสุข เป็นต้น
ขอบคุณสาระดีๆจาก :: https://www.facebook.com/…/a.20421469593…/2679485628944257/… ด้วยค่ะ
————————————————————————————
————————————————————————————
สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้ที่ 
http://www.geonoise.co.th/ 
https://www.geonoise.com/
สามารถติดต่อเราได้ที่
Tel Office : 02-003-5904,081-9641982
Line : @geonoise
————————————————————————————
————————————————————————————
#Geonoise #GeonoiseThailand #Norsonic #Impedancetube #ตรวจวัดเสียง #เสียงรบกวน #เครื่องวัดเสียง #จำหน่ายเครื่องวัดเสียง #รับปรึกษาปัญหาเรื่องเสียง #ควบคุมเสียง #SoundSource #BuildingAcoustics#เครื่องวัดแรงสั่นสะเทือน 
#โปรแกรมเสียง #บริการสอบเทียบ #Calibration #NoiseAlarm#SoundPLAN #NoiseAtWork #Noisecontour #มลพิษทางเสียง#Acoustic #เครื่องวัดฝุ่น #Dustmate #หาแหล่งกำเนิดเสียง #วิเคราะห์เสียง #Measurement #Microphone #NoiseTraining #เครื่องแกะสลักแผงวงจร

ดวงจันทร์กำลังหดตัวเล็กลงจนเกิดแผ่นดินไหวในบางส่วน 0


ทีมนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันค้นพบว่า ดวงจันทร์ซึ่งเป็นดาวเคราะห์บริวารของโลกกำลังหดตัวเล็กลง ซึ่งปรากฏการณ์นี้ทำให้เกิดการแตกร้าวบนพื้นผิวหลายแห่ง จนกลายเป็นรอยเลื่อนแผ่นดินไหวบนดวงจันทร์ที่บางครั้งทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนขนาด 5.5 ขึ้นได้
ทีมวิจัยดังกล่าวซึ่งตีพิมพ์ผลการค้นพบในวารสาร Nature Geoscience ชี้ว่าแกนกลางของดวงจันทร์ที่เย็นตัวลงทำให้เปลือกนอกของดวงจันทร์หดตัวยุบลงราว 50 เมตร ตลอดช่วงหลายร้อยล้านปีที่ผ่านมา
การหดตัวของแกนกลางนี้ทำให้เกิดรอยแตกร้าวที่พื้นผิว คล้ายกับลูกองุ่นแห้งที่หดตัวลงจนกลายเป็นลูกเกดผิวเหี่ยวย่น แต่พื้นผิวของดวงจันทร์นั้นไม่ยืดหยุ่นเหมือนผิวองุ่น จึงเกิดการแตกร้าวเป็นรอยเลื่อนแผ่นดินไหวยาวหลายกิโลเมตรขึ้นหลายแห่ง โดยด้านหนึ่งของรอยแยกจะยกตัวเกยอีกด้านหนึ่งอยู่ ทำให้เกิดภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นแนวหน้าผาสูงหลายสิบเมตร
มีการวิเคราะห์การสั่นสะเทือนของพื้นผิวดวงจันทร์ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งข้อมูลนี้ได้จากอุปกรณ์ตรวจวัดที่ยานอะพอลโล 11, 12, 14, 15, 16 นำไปติดตั้งไว้ในสถานที่ใกล้รอยเลื่อน 4 แห่งระหว่างปี 1969-1977 พบว่ามีแผ่นดินไหวขนาด 2-5 ตามมาตราริกเตอร์เกิดขึ้นบนดวงจันทร์ถึง 28 ครั้ง โดยมีศูนย์กลางการสั่นสะเทือนไม่ลึกมากนัก แต่มีความรุนแรงสูงสุดที่ขนาด 5.5 ซึ่งมากพอที่จะทำให้เกิดความเสียหายกับสิ่งปลูกสร้างได้

ผลการวิเคราะห์ยังพบว่า เหตุแผ่นดินไหวบนดวงจันทร์ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนเข้าใกล้ตำแหน่งที่ห่างจากโลกมากที่สุดในวงโคจร (Apogee) ซึ่งในขณะนั้นแรงกดไทดัล (Tidal stress) ที่เกิดจากอิทธิพลแรงโน้มถ่วงของโลก จะยิ่งเสริมแรงให้เกิดการสั่นสะเทือนบนดวงจันทร์มากขึ้นได้
ดร. โทมัส วัตเทอร์ส ผู้นำทีมวิจัยของนาซาและผู้เชี่ยวชาญจากพิพิธภัณฑ์การเดินอากาศและอวกาศแห่งชาติสมิธโซเนียน บอกว่า “เรารู้ว่ามีรอยเลื่อนแผ่นดินไหวเกิดใหม่อยู่นับพันแห่งบนดวงจันทร์ และถ้ามันยังคงเคลื่อนไหวอยู่ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่มนุษย์ควรเฝ้าระวังและจะต้องศึกษาให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการตั้งสถานีสำรวจบนดวงจันทร์ครั้งต่อไป”
ทั้งนี้ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯหรือนาซา ประกาศว่าจะส่งมนุษย์อวกาศหญิงคนแรกเข้าร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์ครั้งใหม่ ซึ่งจะมีขึ้นในปี 2024 โดยตั้งเป้าหมายว่าจะลงสำรวจดวงจันทร์ที่บริเวณขั้วใต้ ก่อนที่จะตั้งสถานีสำรวจถาวรให้ได้ภายในปี 2028

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก
https://www.bbc.com/thai/ ด้วยค่ะ

Acoustic camera 0

✈️Acoustic camera✈️
การหาแหล่งกำเนิดเสียง Sound source location ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อยากให้ทุกท่านมาดูกันว่ามีการพัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้ว…

————————————————————————————
————————————————————————————



สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้ที่ 
http://www.geonoise.co.th/ 
https://www.geonoise.com/
สามารถติดต่อเราได้ที่
Tel Office : 02-003-5904,081-9641982
Line : @geonoise

————————————————————————————
————————————————————————————

#Geonoise #GeonoiseThailand #Norsonic #Impedancetube#ตรวจวัดเสียง #เสียงรบกวน #เครื่องวัดเสียง #จำหน่ายเครื่องวัดเสียง#รับปรึกษาปัญหาเรื่องเสียง #ควบคุมเสียง #SoundSource#BuildingAcoustics #เครื่องวัดแรงสั่นสะเทือน 
#โปรแกรมเสียง #บริการสอบเทียบ #Calibration #NoiseAlarm#SoundPLAN #NoiseAtWork #Noisecontour #มลพิษทางเสียง#Acoustic #เครื่องวัดฝุ่น #Dustmate #หาแหล่งกำเนิดเสียง#วิเคราะห์เสียง #Measurement #Microphone #NoiseTraining#เครื่องแกะสลักแผงวงจร



ภาวะโลกร้อน : เดินทางด้วยเครื่องบินอย่างไรให้ก่อมลพิษน้อยลง 0

การโดยสารเครื่องบินถือเป็นวิธีการเดินทางที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน ในแต่ละปีมีผู้เดินทางทางอากาศมากถึง 4 พันล้านคน เพราะสะดวก รวดเร็ว และมีราคาไม่แพงเหมือนในอดีต

แต่ขณะเดียวกัน การเดินทางด้วยวิธีนี้ก็ทำให้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งปัญหาที่กำลังคุกคามโลกของเรา อย่างไรก็ตาม การเลิกโดยสารเครื่องบินอย่างสิ้นเชิงเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้จริงสำหรับใครหลายคน ดังนั้นจึงควรลองใช้วิธีลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยวิธีอื่นแทน

ทีมวิจัยของบีบีซีได้ทำการศึกษาเรื่องนี้ และพบว่าคุณสามารถใช้วิธีการดังต่อไปนี้เพื่อช่วยลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศโลก

1. เดินทางโดยมีสัมภาระน้อย

เพราะของแต่ละชิ้นที่คุณนำติดตัวทำให้เครื่องบินหนักขึ้น ยิ่งเครื่องบินหนักเท่าไหร่ก็ยิ่งกินน้ำมันมากเท่านั้น ดังนั้นจงคิดถึงสิ่งที่คุณจัดลงกระเป๋า แล้วเลือกของชิ้นเล็กและน้ำหนักเบา

2. บินตรง

เพราะเครื่องบินใช้น้ำมันมากที่สุดตอนขึ้นบินและลงจอด หากคุณสามารถบินตรงสู่จุดหมายปลายทางได้ การก่อก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็จะน้อยลง

3. บินชั้นประหยัด

เพราะที่นั่งที่มีขนาดเล็กกว่าในชั้นประหยัดทำให้การบินในแต่ละเที่ยวสามารถรองรับผู้โดยสารได้มากขึ้นในคราวเดียว

4. ตรวจสอบประสิทธิภาพของสายการบิน

ก่อนออกเดินทาง คุณควรหาข้อมูลว่าสายการบินใดก่อมลพิษน้อยและมากที่สุด โดยเครื่องบินที่มีเครื่องยนต์และอากาศพลศาสตร์ที่ดีกว่าจะปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่า

5. ใช้สนามบินท้องถิ่น

ยิ่งคุณเดินทางไปสนามบินไกลเท่าใดคุณก็ยิ่งก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้นเท่านั้น

6. ชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเที่ยวบินของคุณ

ปัจจุบันมีเครื่องคำนวณเพื่อช่วยให้ทราบว่าเที่ยวบินของคุณปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปเท่าใด ซึ่งจะช่วยให้คุณหาว่ามีโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมใดที่จะสามารถเข้าร่วมเพื่อชดเชยปริมาณก๊าซที่คุณก่อไปได้

แม้หลายคนอาจบอกว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ช่วยแก้ปัญหาใหญ่หลวงที่โลกกำลังเผชิญอย่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่การทำสิ่งเหล่านี้ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก https://www.bbc.com/thai ด้วยค่ะ