Topic: ไม่มีหมวดหมู่

ลดมลพิษทางเสียง ด้วยความเงียบจากรถยนต์ไฟฟ้า 0

มลภาวะทางเสียงจากการจราจรกลายเป็นภัยคุกคามอันดับสองต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน นิสสัน เอเชีย และโอเชียเนีย ได้เผยแพร่ผลศึกษามลภาวะทางเสียงที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น เพื่อสร้างความตระหนักถึง ซึ่งการใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100%
 สามารถจัดการกับความเสี่ยงที่กำลังเพิ่มขึ้นนี้
จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) 
การได้รับมลภาวะทางเสียงในระยะยาว จากการจราจรที่สูงกว่า 53 เดซิเบล (
dB) 
อาจส่งผลให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ การสูญเสียการได้ยิน หรือแม้กระทั่งภาวะหัวใจวาย ซึ่งระดับเสียงรบกวนที่เกิดขึ้น ทั่วทั้งเอเชียและเมืองใหญ่ของโอเชียเนียอย่าง กรุงเทพ

โฮจิมินห์ซิตี้

จาการ์ตา

ฮ่องกง

มะนิลา

เมลเบิร์น

สิงคโปร์, และ โซล โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 76
 เดซิเบล หรือเกือบ 

เท่าของระดับเสียงที่เหมาะสม โดยเสียงรบกวนเหล่านี้ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่า ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยในเมือง เมื่อเวลาผ่านไปและเทียบเท่ากับเสียงรบกวนจากนาฬิกาปลุกเสียงเรียกเข้า (ประมาณ 
80 
เดซิเบล) ในทางกลับกันระดับมลภาวะทางเสียงที่ลดลงจะสามารถลดความรู้สึกหงุดหงิดบนท้องถนน เพิ่มประสิทธิภาพด้านการรับรู้ และให้ผลดีหลายด้านเพิ่มมากขึ้น และเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพที่จะเพิ่มมากขึ้น นิสสันได้ทำการวัด และเปรียบเทียบระดับเสียงของถนนในเมืองทั่วไป กับถนนที่มีระดับเสียงจากรถยนต์ไฟฟ้า 100% 
โดยใช้เครื่องวัดระดับเสียง ผลลัพธ์แสดงระดับเสียงรบกวนบนท้องถนนทั่วไปสูงสุดที่ 
90
 เดซิเบล เมื่อเทียบกับเสียงที่เกิดจากรถยนต์ไฟฟ้า อย่าง นิสสัน ลีฟ เกิดเสียงดังเพียง 
21
 เดซิเบล หรือมีความเงียบกว่าห้องสมุด (ประมาณ 30 
เดซิเบล) 
และเมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของเสียงที่มาจากเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินหรือดีเซล ที่ประมาณ 
76 
เดซิเบล รถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นตัวเลือกที่ช่วยลดมลพิษทางเสียงจากการจราจร ประโยชน์ที่ได้รับในระดับสังคมอาจรวมถึงมูลค่าทรัพย์สินที่จะเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มจำนวนกิจกรรมต่างๆจากผู้ที่ใช้สัญจรไปมารวมถึงการปฏิสัมพันธ์ของสังคมที่เพิ่มมากขึ้น
ยูตากะ ซานาดะ รองประธานอาวุโสประจำภูมิภาคของเอเชีย และโอเชียเนีย เปิดเผยว่า อัตราการขยายตัวของเมืองในเอเชียนั้นเพิ่มขึ้น ทำให้มลภาวะทางเสียงกลายเป็นปัญหาที่สำคัญ ซึ่งเราสามารถรวมตัวกันเพื่อลดปัญหานี้ และจากการทดสอบนี้ บ่งชี้ว่ารถยนต์ไฟฟ้า 100% 
อย่าง นิสสัน ลีฟ ซึ่งมีระบบขับเคลื่อนที่เงียบ และไร้มลพิษ จะมีศักยภาพในการลดปัญหามลพิษจากสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างสูงโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเอเชียและโอเชียเนีย ในขณะที่เราก้าวไปสู่อนาคต นิสสันมุ่งมั่นการเปลี่ยนวิธีการขับเคลื่อน การใช้พลังงาน และการเชื่อมต่ออย่างต่อเนื่องโดยมีเป้าหมายในการเพิ่มคุณค่า เพื่อสร้างแรงบันดาลใจกับเมืองให้มีความน่าอยู่และมีความสุขมากขึ้นในอนาคต

ขอขอบคุณสาระดีๆจาก https://www.thaipost.net/main/detail/34927 ด้วยค่ะ

เตือน 4 ภาคตอนบน ฝนหนัก-ลมแรง ใต้ฝนเพิ่ม กทม.เมฆมาก ฝนร้อยละ 30 0

อุตุฯ เผยไทยมีอากาศร้อน มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงเพิ่มขึ้น-ฝนตกหนักบางแห่งภาคเหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก เตือนประชาชนระวังอันตราย อันดามันคลื่นสูง 2 เมตร บริเวณมีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอชาวเรือเดินเรือระมัดระวัง 

เมื่อวันที่ 22 พ.ค.62 กรมอุตุนิยมวิมทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีอากาศร้อน และมีฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรงเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง โดยหลีกเลี่ยงที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ บ้านเรือนที่ไม่แข็งแรง รวมถึงอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามัน เดินเรือด้วยความระมัดระวัง 

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลาง พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงปกคลุมประเทศเวียดนามและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรงเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนองและมีลมกระโชกแรง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอนเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศงเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนองและมีลมกระโชกแรง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลยหนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนองและมีลมกระโชกแรง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ และชัยนาท อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองและมีลมกระโชกแรง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัฉะเชิงเทราชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. 
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 2-3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ขอขอบคุณสาระดีๆจาก
https://www.thairath.co.th/news/local/1572975 ด้วยค่ะ

แสงเหนือ : พายุแม่เหล็กโลกจากการระเบิดบนดวงอาทิตย์ ทำให้มีโอกาสเห็นแสงเหนือเพิ่มขึ้น 0


แสงเหนือ ปรากฏการณ์ที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า มักพบเห็นได้ในภูมิภาคอาร์กติกเท่านั้น แต่ในช่วง 2-3 วันนี้ แสงเหนืออาจพบเห็นได้ในพื้นที่ที่มีละติจูดต่ำลงมา ซึ่งเป็นผลมาจากพายุแม่เหล็กโลก (geomagnetic storm) ที่กำลังพัดโถมมาสู่โลก
ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติ (National Oceanic and Atmospheric Administration–NOAA) ซึ่งเป็นสำนักงานพยากรณ์อากาศของสหรัฐฯ ระบุว่า พายุนี้มีความรุนแรงระดับปานกลาง แต่ก็รุนแรงพอที่จะทำให้เกิดแสงเหนือในแคนาดา และหลายรัฐทางตอนเหนือของสหรัฐฯ ไปจนถึงวันศุกร์นี้
พายุแม่เหล็กโลกคืออะไร?
พายุแม่เหล็กโลกเป็นการรบกวนสนามแม่เหล็กโลกที่เกิดจากการมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่าง ลมสุริยะ หรืออนุภาคที่มีพลังงานที่ถูกพัดออกมาจากดวงอาทิตย์ผ่านระบบสุริยะ กับสนามแม่เหล็กโลก

พายุแม่เหล็กโลก เกิดขึ้นจากการปะทุของลมสุริยะที่รุนแรงและยาวนาน
พายุขนาดใหญ่ที่สุด เกิดจากการปลดปล่อยมวลของดวงอาทิตย์ (coronal mass ejections–CMEs) ซึ่งมีการปล่อยพลาสมาสุริยะและออกมาจากเขตสุริยะที่มีสนามแม่เหล็กรุนแรง
ปกติ CMEs ใช้เวลาหลายวันกว่าจะเดินทางมาถึงโลก แต่พายุที่รุนแรงที่สุดใช้เวลาเดินทางมายังโลกเพียง 18 ชั่วโมงเท่านั้น
การระเบิดบนดวงอาทิตย์
พายุแม่เหล็กโลกที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ เกิดจาก CMEs 3 ครั้งที่จุดดำบนดวงอาทิตย์ (sunspot) ซึ่งเป็นบริเวณบนดวงอาทิตย์ที่อุณหภูมิพื้นผิวลดลง จากการที่มีสนามแม่เหล็กกระจุกตัวอยู่สูง

อนุภาคของดวงอาทิตย์ เดินทางผ่านอวกาศ และกระทบกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางทางมัน
เมื่อ CME กระทบกับโลก มันได้ปะทะกับอะตอมและโมเลกุลในชั้นบรรยากาศโลก การปะทะนี้ ทำให้เกิดแสงเหนือและแสงใต้ (ซึ่งเกิดขึ้นในภูมิภาคแอนตาร์กติก)
ผลกระทบ
เคราะห์ร้าย พายุแม่เหล็กโลกที่รุนแรง มีผลข้างเคียงที่ไม่พึงปรารถนาบางอย่าง พวกมันรบกวนสายส่งไฟฟ้า, การสื่อสาร และระบบนำร่องด้วยดาวเทียม
นักวิทยาศาสตร์บางคน สงสัยว่า พวกมันมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรบกวนนาฬิกาชีวภาพของมนุษย์ และทำให้อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตแปรปรวน
เซอร์ไก โบกาชอฟ นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ชาวรัสเซีย ระบุว่า พายุที่เกิดขึ้นตอนนี้ มีความรุนแรงที่สุดในรอบ 18 เดือน แต่ถูกจัดอยู่ใน “ระดับ 3 จากการวัดระดับ 1-5”

NOAA เน้นย้ำว่า จุดดำบนดวงอาทิตย์ที่ทำให้เกิด CME นี้ ดูเหมือนจะกำลังแตกสลาย และไม่น่าจะปลดปล่อยมวลมหาศาลที่ส่งผลรุนแรงต่อโลกได้
ดังนั้น พายุครั้งนี้จึงไม่สามารถเปรียบได้กับ พายุสุริยะขนาดใหญ่ในปี 1859 ซึ่งเป็นพายุสุริยะที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ มันส่งผลให้ระบบโทรเลขมีปัญหา และแสงเหนือสามารถมองเห็นได้ลงไปทางใต้สุดถึงเกาะบาฮามาส
รายงานของสภาวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Academy of Sciences) ของสหรัฐฯ ประเมินว่า “กรณีที่เกิดพายุแม่เหล็กโลกรุนแรง” อาจสร้างความเสียหายในช่วงปีแรกปีเดียวได้ถึง 1-2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 32-63 ล้านล้านบาท และโลกเราอาจจะต้องใช้เวลา 4-10 ปี ในการฟื้นฟู
โชคดี พายุลูกที่กำลังเกิดขึ้นนี้ น่าจะได้รับการจดจำไว้เพียงแค่ว่า ทำให้เห็นแสงเหนือมากขึ้น เท่านั้น

ขอขอบคุณสาระดีๆจาก
https://www.bbc.com/thai/international-48299727 ด้วยค่ะ

บริการเช่าเครื่องมือวัด 0


ทางบริษัทจีโอนอยซ์มีบริการให้เช่าเครื่องมือวัดเสียง และสั่นสะเทือน สำหรับงานวิเคราะห์ทางสิ่งแวดล้อม และงาน Acoustic consult และยังมีเครื่อมือวัดอุตสาหกรรม และเครื่องมือทดสอบสมบัติทางวัสดุอื่นๆอีกมากมายค่ะ หากสนใจหรือมีปัญหาเกี่ยวกับด้านเสียง , ความสั่นสะเทือน มาปรึกษากับทางเราได้นะคะ จีโอนอยซ์ยินดีให้บริการลูกค้าทุกท่านค่ะ 😊
————————————————————————————
————————————————————————————
สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้ที่ 
http://www.geonoise.co.th/ 
https://www.geonoise.com/
สามารถติดต่อเราได้ที่
Tel Office : 02-003-5904,081-9641982
Line : @geonoise
Facebook :
https://www.facebook.com/Geonoise/
————————————————————————————
————————————————————————————
#Geonoise #GeonoiseThailand #Norsonic #Impedancetube #ตรวจวัดเสียง #เสียงรบกวน #เครื่องวัดเสียง #จำหน่ายเครื่องวัดเสียง #รับปรึกษาปัญหาเรื่องเสียง #ควบคุมเสียง #SoundSource #BuildingAcoustics#เครื่องวัดแรงสั่นสะเทือน 
#โปรแกรมเสียง #บริการสอบเทียบ #Calibration #NoiseAlarm#SoundPLAN #NoiseAtWork #Noisecontour #มลพิษทางเสียง#Acoustic #เครื่องวัดฝุ่น #Dustmate #หาแหล่งกำเนิดเสียง #วิเคราะห์เสียง #Measurement #Microphone #NoiseTraining #เครื่องแกะสลักแผงวงจร

มลพิษทางเสียง 0


มลพิษทางเสียง ถือเป็นสิ่งที่คุกคามต่อคุณภาพชีวิต ไม่เพียงแต่เฉพาะผู้ที่อยู่อาศัยในชุมชนใกล้กับศาสนสถาน อย่างเช่นวัด หรือมัสยิด แต่ยังรวมไปถึงผู้อาศัยในส่วนอื่นๆ ที่ต้องได้รับผลกระทบจากเสียงต่างๆ ทั้งจากสภาพแวดล้อมธรรมชาติ และกิจกรรมของมนุษย์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม สถานบันเทิง ร้านค้า หรือแม้แต่เพื่อนบ้านสร้างความรำคาญใจให้บ่อยครั้ง
.
โดยตามประกาศของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2550) เรื่อง กำหนดมาตรฐานระดับเสียงโดยทั่วไป ของ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำหนดให้ ค่ามาตรฐานเสียงทั่วไปเฉลี่ย 24 ชั่วโมงไว้ ไม่เกิน 70 เดซิเบลเอ และค่าระดับเสียงสูงสุด ไม่เกิน 115 เดซิเบลเอ
.
ขณะที่ระดับเสียงดังทั่วไปโดยไม่กระทบต่อสุขภาพ ขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้กำหนดไว้ที่ 80 เดซิเบลเอ
.
ในส่วนของนิยาม เสียงรบกวน นั้น ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 29 (พ.ศ. 2550) เรื่อง ค่าระดับเสียงรบกวน หมายถึง ระดับเสียงจากแหล่งกาเนิดในขณะมีการบกวนที่มีระดับเสียง สูงกว่าระดับเสียงพื้นฐาน โดยมีระดับการเกิน 10 เดซิเบลเอ
.
ซึ่งการจะระบุว่าเสียงใดนั้นเป็นเสียงรบกวนหรือไม่ จะมีการใช้ เครื่องตรวจวัดระดับเสียง ตามมาตรฐาน IEC 60804 หรือ IEC 61672 ของคณะกรรมาธิการระหวางประเทศว่าด้วยเทคนิคไฟฟ้า โดยตั้งไมค์โครโฟนในพื้นๆ ที่มีการบกวน หรือมีผู้ร้องเรียน ผ่าน 3 ตัวแปรคือ
1.) ระดับเสียงของแหล่งกำเนิด
– คือ ระดับเสียงที่ ได้จากการตรวจวัดและจากการคํานวณระดับเสียงในขณะเกิดเสียงของแหล่งกำเนิด ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดที่ประชาชนร้องเรียนหรือแหล่งกำเนิดที่คาดว่าประชาชนจะได้รับการรบกวน
2.) ระดับเสียงขณะไม่มีการรบกวน
– คือ ระดับเสียงที่ตรวจวัดในสิ่งแวดล้อมในขณะยังไม่เกิดเสียง หรือไม่ได้รับเสียงจากแห่งกำเนิดที่ประชาชนร้องเรียน หรือแหล่งกำหนดที่คาดว่าประชาชนจะได้รับการบกวน เป็นระดับเสียงเฉลี่ย
3.) ระดับเสียงพื้นฐาน
– คือ ระดับเสียงที่ตรวจวัดในสิ่งแวดล้อมในขณะยังไม่เกิดเสียง หรือไม่ได้รับเสียงจากแห่งกำเนิดที่ประชาชนร้องเรียน หรือแหล่งกำหนดที่คาดว่าประชาชนจะได้รับการบกวน
หลังจากนั้นจะนำค่าต่างๆ ที่วัดได้มาคำนวณตามสูตรของกรมอนามัยเพื่อให้ได้ผลออกมาเป็น ค่าระดับการรบกวน ซึ่งหากมีค่ามากกว่า 10 เดซิเบลเอ จะถือว่าสิ่งนั้นถือเป็น เหตุรำคาญ ตามกฏหมายว่าด้วยการสาธารณสุขได้ โดยแบ่งการตรวจวัดและคำนวณระดับเสียงขณะมีการรบกวนออกเป็น 5 กรณีคือ
.
1.) มีเสียงเกิดต่อเนื่องตั้งแต่ 1 ชั่วโมงขึ้นไป
2.) มีเสียงต่อเนื่อง แต่ไม่ถึง 1 ชั่วโมง
3.) มีเสียง “ไม่ต่อเนื่อง” เกิดขึ้นมากกว่า 1 ช่วงเวลา แต่ละช่วงเวลา เกิดขึ้นไม่ถึง 1 ชั่วโมง
4.) มีเสียงในพื้นที่ๆ ที่ต้องการความเงียบสงบ หรือเกิดในช่วงเวลา 22.00-6.00 น.
5.) เป็นเสียงกระแทก แหลมดัง ก่อให้เกิดความสะเทือน
.
โดยแต่กรณีก็จะมีการคำนวณเพื่อให้ผลของระดับการรบกวนที่แตกต่างกันออกไป
ตัวอย่าง (กรณีสมมติ)
มีประชาชนที่อาศัยในคอนโดแห่งหนึ่ง ร้องเรียนเสียงระฆังจากวัดใกล้เคียงว่า รบกวนการนอนหลับในช่วงเวลา 22.00-6.00 น. (กรณีที่ 4)
สมมติว่าได้ค่าออกมาดังนี้
1. ระดับเสียงของแหล่งกำเนิด (เสียงระฆัง โดยการวัดค่าจากห้องนอนผู้ร้องเรียน) = 60 dBA (เดซิเบลเอ)
2. ระดับเสียงขณะไม่มีการรบกวน (จากห้องนอนผู้ร้องเรียน) = 52 dBA
3. ระดับเสียงพื้นฐาน (จากห้องนอนผู้ร้องเรียน) = 55 dBA
คำนวณ
ขั้นที่ 1 
นำระดับเสียงของแหล่งกำเนิด “ลบ” ระดับเสียงขณะไม่มีการรบกวน
ได้ 60 – 52 = 8 (ผลต่างค่าระดับเสียง)
ขั้นที่ 2 
นำระดับเสียงของแหล่งกำเนิด “ลบ” ตัวปรับแก้ค่า (เทียบบัญญติไตรยางค์ ผลต่างค่าระดับเสียงตามประกาศกรมอนามัย) “บวก” 3 dBA (เกิดในเวลา 22.00-6.00 น.)
ได้ 60 – 0.5 = 59.5 + 3 = 62.5 dBa (ระดับเสียงขณะมีการรบกวน)
ขั้นที่ 3
นำระดับเสียงขณะมีการรบกวน “ลบ” ระดับเสียงพื้นฐาน
62.5 – 55 = 7.5 dBA (ระดับการรบกวน)
.
ระดับการรวบกวน 7.5 dBa ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานเสียงรบกวนของประกาศของกรมอนามัยที่ 10 dBA ดังนั้นในกรณีนี้จึงไม่ถือเสียงรบกวนที่เป็นเหตุรำคาญ ตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารสุข เป็นต้น
ขอบคุณสาระดีๆจาก :: https://www.facebook.com/…/a.20421469593…/2679485628944257/… ด้วยค่ะ
————————————————————————————
————————————————————————————
สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้ที่ 
http://www.geonoise.co.th/ 
https://www.geonoise.com/
สามารถติดต่อเราได้ที่
Tel Office : 02-003-5904,081-9641982
Line : @geonoise
————————————————————————————
————————————————————————————
#Geonoise #GeonoiseThailand #Norsonic #Impedancetube #ตรวจวัดเสียง #เสียงรบกวน #เครื่องวัดเสียง #จำหน่ายเครื่องวัดเสียง #รับปรึกษาปัญหาเรื่องเสียง #ควบคุมเสียง #SoundSource #BuildingAcoustics#เครื่องวัดแรงสั่นสะเทือน 
#โปรแกรมเสียง #บริการสอบเทียบ #Calibration #NoiseAlarm#SoundPLAN #NoiseAtWork #Noisecontour #มลพิษทางเสียง#Acoustic #เครื่องวัดฝุ่น #Dustmate #หาแหล่งกำเนิดเสียง #วิเคราะห์เสียง #Measurement #Microphone #NoiseTraining #เครื่องแกะสลักแผงวงจร