จนท.ระดมกำลัง ปิดล้อมจับเด็กแว้นเมืองพัทลุง หลังชาวบ้านร้องเรียน รำคาญเสียงดัง 0

เจ้าหน้าที่ระดมกำลัง ปิดล้อมจับแก๊งเด็กเว้นได้ 30 คน ตรวจพบสารเสพติด 7 คน แจ้งข้อหาเสพ พร้อมยึดรถจักรยานยนต์ รถยนต์เก๋งตรวจสอบ
เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา พ.ต.อ.ภัทรวิชญ์ คีตโมทนียกุล รอง ผบก.ภ.จว.พัทลุง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ต่าง ๆ ในจังหวัดพัทลุงร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองสืบและตำรวจท่องเที่ยว รวม 80 นาย ระดมกำลังเข้าปิดล้อมจับกุมกลุ่มวัยรุ่นซึ่งรวมตัวกันแข่งรถ จยย.บนถนนสายเอเชียช่วง พัทลุง – หาดใหญ่ บริเวณหน้าสถานีขนส่งเฉลิมกระเกียรติ และบริเวณถนนสายเพชรเกษม พัทลุง – ตรัง บริเวณบ้านส้มตรีด โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมเยาวชนชาย – หญิง
รวม 30 คน ยึดรถ จยย จำนวน 20 คัน และรถยนต์เก๋ง จำนวน 1 คัน ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่ปิดล้อมเข้าจับกุม ได้มีแก๊งรถซิ่งส่วนหนึ่งขับรถหลบหนีไปได้
พ.ต.อ.ภัทรวิชญ์ รอง.ผบก.ภ.จว.พัทลุงกล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวเป็นไปหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ว่าได้รับความเดือดร้อนรำคาญจากเสียงแข่งรถ ทุกค่ำคืนวันศุกร์ และวันเสาร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วางแผนจับกุม และสามารถจับกุมเยาวชนชายและหญิง อายุ ตั้งแต่ 12 ปี – 21 ปี ได้รวม 30 คน ในจำนวนนี้ตรวจพบสารเสพติดจำนวน 7 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการแจ้งดำเนินคดีในข้อหาเสพขับ

ในส่วนเยาวชนที่เหลือเจ้าหน้าที่ได้มีการจัดทำประวัติ พร้อมว่ากล่าวตักเตือนก่อนจะได้ประสานผู้ปกครองให้มารับตัวกลับไป และหากพบมีการกระทำความซ้ำอีก หลังจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะเอาผิดผู้ปกครองตามคำสั่ง คสช ที่ 22 / 58 นอกจากนั้นในส่วนของรถ จยย และรถยนต์ที่ตรวจยึดได้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้มีการตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง ว่ารถมีเอกสารถูกต้องตรงกันหรือไม่ หากพบมีการสวมหัวทะเบียน หรือรถไม่มีหลักฐานเอกสารใด ๆ ก็จะยึดไว้พร้อมแจ้งดำเนินคดีเพิ่มเติมกับผู้ที่ครอบครองต่อไป
รอง ผบก.ภ.จว.พัทลุง ยังกล่าวด้วยว่า หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะยังคงปฏิบัติการปราบปรามแก๊งรถซิ่งอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือให้ผู้ปกครองช่วยเอาใจใส่ดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิดป้องปรามอย่างให้มาร่วมกลุ่มในการซิ่งรถ เพราะนอกเหนือจากจะถูกจับกุมดำเนินคดีแล้วยังเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.sanook.com/women/140929/ ด้วยค่ะ

รังสีที่แผ่ออกจากหลุมดำอาจให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตได้ 0

เมื่อต้องการค้นหาสิ่งมีชีวิตต่างดาว บริเวณที่ใกล้กับดาวฤกษ์ในระยะพอเหมาะหรือ Goldilocks zone ซึ่งมีสภาพเอื้อต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต จะเป็นสถานที่แรกในห้วงอวกาศที่นักวิทยาศาสตร์มองหา แต่ล่าสุดมีการค้นพบความเป็นไปได้ว่า บริเวณที่ใกล้กับหลุมดำซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการทำลายล้าง ก็มีโอกาสจะให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตได้เช่นกัน
ทีมนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของสหรัฐฯ ตีพิมพ์ผลการศึกษาล่าสุดลงในวารสาร The Astrophysical Journal โดยระบุว่าดาวเคราะห์ที่มีสภาพเหมาะสมให้สิ่งมีชีวิตถือกำเนิดและอาศัยอยู่ได้นั้น ไม่จำเป็นจะต้องมีดาวฤกษ์เป็นศูนย์กลางการโคจรอย่างเช่นโลกกับดวงอาทิตย์เสมอไป แต่หลุมดำมวลยิ่งยวด (Supermassive blackhole) ซึ่งมักพบอยู่ที่ใจกลางดาราจักรต่าง ๆ ก็สามารถให้กำเนิดสรรพชีวิตได้ หากดาวเคราะห์โคจรอยู่ห่างจากหลุมดำดังกล่าวในระยะที่พอเหมาะ

มีการสร้างแบบจำลองคอมพิวเตอร์ ซึ่งเลียนแบบการหมุนของจานสะสมกลุ่มก๊าซและฝุ่นที่วนรอบหลุมดำมวลยิ่งยวดบริเวณใจกลางดาราจักรกัมมันต์ (Active Galactic Nuclei – AGN) แล้วตรวจวัดปริมาณของการแผ่รังสีและแสงสว่างที่ออกมาจากจานหมุนเหล่านี้
ดร. มนัสวี ลิงกัม หนึ่งในทีมผู้วิจัยของฮาร์วาร์ดบอกว่า “ในอดีตคนส่วนใหญ่จะมองว่าหลุมดำคือสัญลักษณ์ของการทำลายล้างเท่านั้น ส่วนนักวิทยาศาสตร์ก็เชื่อว่าการแผ่รังสีจาก AGN นั้นรุนแรง จนสามารถทำลายชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้จนหมดสิ้น ทำให้เชื่อกันว่าบริเวณโดยรอบหลุมดำนั้นเป็นเขตมรณะ ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดจะถือกำเนิดขึ้นได้”
อย่างไรก็ตาม ผลการทดสอบพบว่าการแผ่รังสีจากหลุมดำมวลยิ่งยวดไม่ได้มีพลังรุนแรงในระดับที่เคยคาดกันไว้ เช่นหลุมดำมวลยิ่งยวดซาจิตทาเรียสเอสตาร์ (Sagittarius A*) ที่ใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือกนั้น เคยคาดกันว่าแผ่รังสีรุนแรงจนสามารถทำลายชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์คล้ายโลกที่อยู่ในรัศมี 3,200 ปีแสงได้ทั้งหมด แต่ผลการทดสอบล่าสุดชี้ว่า ความเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้นได้ในระยะเพียงไม่เกิน 100 ปีแสงเท่านั้น
ทีมผู้วิจัยชี้ว่า หากดาวเคราะห์อยู่ในระยะห่างที่พอเหมาะจากหลุมดำ รังสีที่แผ่ออกมาจะไม่ทำลายชั้นบรรยากาศของดาว ทั้งยังจะช่วยให้โมเลกุลต่าง ๆ แตกตัวกลายเป็นสารประกอบที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต นอกจากนี้ แสงสว่างจากจานหมุนรอบหลุมดำยังอาจช่วยให้เกิดการสังเคราะห์ด้วยแสงขึ้นอีกด้วย
ทั้งนี้ เขตที่มีสภาพเอื้อต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตหรือ Goldilocks zone คือบริเวณที่ดาวเคราะห์โคจรห่างจากดาวฤกษ์ในระยะพอเหมาะ จนมีอุณหภูมิในระดับที่ทำให้น้ำคงสภาพเป็นของเหลวได้บนพื้นผิวดาว


ขอขอบคุณสาระดีๆจาก https://www.bbc.com/thai/features-48742855 ด้วยค่ะ

เครื่องวัดความสั่นสะเทือนสิ่งปลูกสร้าง 0


สวัสดีเช้าวันอังคารค่ะ วันนี้ทางบริษัทจีโอนอยซ์ (ไทยแลนด์) จำกัด. มีสินค้ามาแนะนำให้ทุกท่านได้ทราบถึงการทำงานและคุณประโยชน์ของเจ้าเครื่องนี้กันค่ะ 
🙂
อ่อ ลืมบอกไปว่า เครื่องนี้มีชื่อว่า ” OMNIDOTS ” หรือชื่อไทยเรียกว่า “เครื่องวัดความสั่นสะเทือนสิ่งปลูกสร้าง” นั่นเองค่ะ 
🙂
OMNIDOTS เหมาะสำหรับงานอุตสาหกรรมการก่อสร้าง การคมนาคมขนส่ง งานอุตสาหกรรมที่มีเครื่องจักรขนาดใหญ่ กิจกรรมเหล่านี้ล้วนแล้วจะทำให้เกิดความสั่นสะเทือนเกิดขึ้น ซึ่งความสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นเหล่านี้อาจจะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต และอาจส่งผลกระทบต่ออาคารสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ซึ่งได้มีการกำหนดมาตรฐานความสั่นสะเทือนอาคารตาม ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 37 พ.ศ. 2553 เรื่องกำหนดมาตรฐานความสั่นสะเทือนเพื่อป้องกันผลกระทบต่ออาคาร ซึ่งเครื่องมือในการวัดความสั่นสะเทือนจะต้องได้รับมาตรฐานตาม DIN 45699-1
พร้อมระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือนภายในสำนักงานของโครงการเพื่อให้รู้ว่า ระดับการสั่นสะเทือนเริ่มจะมีผลกระทบต่ออาคารข้างเคียง เป็นการเฝ้าระวังของโครงการก่อสร้าง และสามารถป้องกันการร้องเรียนจากความสั่นสะเทือนได้อีกด้วยนะคะ 
😀 
😀
————————————————————————————
————————————————————————————
สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้ที่ 
http://www.geonoise.co.th/ 
https://www.geonoise.com/
http://www.acousticcamera.net/
http://www.mitspcb.com/index.htm
https://pcbprototyping.com/mits/
สามารถติดต่อเราได้ที่
Tel Office : 02-003-5904,081-9641982
Line : @geonoise
————————————————————————————
————————————————————————————

#Geonoise #GeonoiseThailand #Norsonic #Impedancetube#ตรวจวัดเสียง #เสียงรบกวน #เครื่องวัดเสียง #จำหน่ายเครื่องวัดเสียง#รับปรึกษาปัญหาเรื่องเสียง #ควบคุมเสียง #SoundSource#BuildingAcoustics #เครื่องวัดแรงสั่นสะเทือน #โปรแกรมเสียง#บริการสอบเทียบ #Calibration #NoiseAlarm #SoundPLAN#NoiseAtWork #Noisecontour #มลพิษทางเสียง #Acoustic#เครื่องวัดฝุ่น #Dustmate #หาแหล่งกำเนิดเสียง #วิเคราะห์เสียง#Measurement #Microphone #NoiseTraining #เครื่องแกะสลักแผงวงจร

มือฆ่าโจ๋ซิ่งรถท่อดัง รับหงุดหงิดทะเลาะเมีย โมโหได้ยินเสียงเบิ้ลรถ ชักปืนตบแต่ดันลั่นใส่หัว 0

จากกรณีเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 62 เกิดเหตุนายธนวัฒน์ หรือ อ้น อายุ 19 ปี ถูกยิงที่ถนนลาดยางในหมู่บ้านสายเสริมงาม-ห้างฉัตร บ้านทุ่งไผ่ หมู่ที่ 4 ต.เสริมขวา อ.เสริมงาม จ.ลำปาง จนเสียชีวิต โดยก่อนเกิดเหตุได้ไปฉลองปีใหม่กับเพื่อน ๆ และถูกคนร้ายยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่กลางศีรษะจำนวน 1 นัด จากการสอบสวนเพื่อนที่ไปด้วยกัน ทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายพร้อมเพื่อนรวม 4 คน ขี่รถจักรยานยนต์ไปด้วยกัน 3 คัน ระหว่างทั้งหมดกำลังขี่รถจักรยานยนต์ตามกันไป
โดยผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่ง เล่าว่า ขณะที่กลุ่มของผู้ตายขี่จักรยานยนต์ผ่านมา คนร้ายได้ขี่จักรยานยนต์คล้ายกับรถบิ๊กไบค์ แซงรถเพื่อนผู้ตายซึ่งขับเป็นคันสุดท้าย ก่อนจะขี่ปาดหน้าให้ผู้ตายจอด พร้อมทั้งใช้ด้ามปืนตบที่ใบหน้า แล้วต่อว่าผู้ตายว่า “มึงจะเบิ้ลรถทำไม”ความคืบหน้า วันที่ 4 ม.ค. 62 ที่ สภ.เสริมงาม จ.ลำปาง พ.ต.อ.สุเมธ ก้อนคำ ผกก. สภ.เสริมงาม, พ.ต.ท.ทระนง ศรีคำวัง รองผกก. (สอบสวน) ได้นำตัวนายเฉลิม อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายศาลจังหวัดลำปาง คดีฆ่าผู้อื่น และมีอาวุธปืนพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ไปสอบสวน หลังจากที่ผู้ต้องหาติดต่อผ่านผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน เพื่อขอมอบตัว พร้อมนำหลักฐานเพิ่มเติม คือรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์สีเขียว คันที่ใช้ในการก่อเหตุ ซึ่งยืมเพื่อนมา และอาวุธปืนที่ใช้สังหารแบบไทยประดิษฐ์ ใช้กระสุนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก รวมถึงเสื้อผ้าในวันที่ก่อเหตุ ส่งตรวจสอบที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานลำปาง

เบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่า 
วันเกิดเหตุพยายามชักชวนแฟนสาวมาเที่ยวที่บ้าน แต่อีกฝ่ายไม่ได้มาด้วย ทำให้หงุดหงิด จากนั้นจึงได้ยืมรถของเพื่อนมาเที่ยว และนั่งดื่มคนเดียว จนกระทั่งกลุ่มของผู้ตายได้ขี่รถซึ่งมีเสียงดังผ่านหน้าบ้าน รอบแรกก็ไม่ได้ติดใจ แต่พอผ่านมารอบที่ 2 จึงทนไม่ไหว จึงขี่รถไล่ตามจนมาทันที่จุดเกิดเหตุ จากนั้นได้ถามว่า “เบิ้ลรถทำไม” แต่ผู้ตายได้ตอบกลับมาว่า “เรื่องของผม รถผม มายุ่งทำไมด้วย” ตนเองจึงเกิดความโมโห จึงใช้ด้ามปืนตบที่ใบหน้า แต่เกิดปืนลั่นทำให้เกิดเหตุดังกล่าว
ด้านนายไวพจน์ อายุ 52 ปี พ่อผู้เสียชีวิต ยอมรับว่า ดีใจที่ตำรวจจับตัวคนร้ายได้ แต่ตนก็สูญเสียลูกไปแล้ว ขณะนี้ในยังก็ยังแค้นอยู่ และรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไม่ใช่เรื่องที่ต้องถึงกับต้องฆ่าต้องแกงกัน หากจะมาขอขมาศพตนเองไม่อนุญาต เพราะทำใจไม่ได้
ทั้งนี้ ผู้สื่อ
ข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพได้ เนื่องจากมีชาวบ้านส่วนหนึ่งไปรอที่จุดเกิดเหตุ ทำให้เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.sanook.com/news/7632886/?fbclid=IwAR1WbOfuRT0PSO0Wyf6c5F0WjKXEzPQUgoXagKmky9-uDpvRiDYlxmKW9TQ ด้วยค่ะ

แฉด้วยคลิป! หนุ่มสุดทน “เด็กแว้น” นับร้อยป่วนเมือง แจ้งตำรวจแล้วแก้ปัญหาไม่ได้ 0

หนุ่มโพสต์ FB ระบายเจอกลุ่มเด็กแว้นป่วนเมืองอุดรแทบทุกวันเป็นร้อยคัน ระบุโทรศัพท์แจ้งตร.ทุกครั้งแต่เรื่องไม่คืบ วอนหน่วยงานช่วยแก้ปัญหาจริงจัง
ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อว่า “Nantawat Mahaeknan” โพสต์
คลิปกลุ่มวัยรุ่นขับ จยย.ป่วนเมือง สร้างความเดือดร้อนและเสียงรบกวนชาวบ้านที่บริเวณ แยกหนองสำโรงถึงแยกรังศินา ต.หนองบัว อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี โดยผู้โพสต์ระบุข้อความเล่าเรื่องราวว่า
“ระบายหน่อย เหลืออด ทนไม่ไหวแล้วเมืองอุดร เด็กแว๊นรวมกลุ่มหน้าบ้านแทบทุกวัน เวลา ตี 1 ถึงตี 4 หนักสุดทุกคืนศุกร์ เสาร์ และวันโรงเรียนหยุดมากันเป็นร้อย เส้นรอบเมืองระหว่างแยกหนองสำโรงถึงแยกรังศินา ถนนกว้าง6เลนขี่กันเต็มถนนสวนไปมา ท่อแต่ละคันเสียงดังน่ารำคาญ เสียงมาถึงห้องยังจะดังกว่าค่ามาตรฐานกรมขนส่ง ถามหน่อยใครสามารถทนหลับได้บ้างถ้าต้องเจอเสียงแบบนี้วนไปมาตลอด 2-3ชั่วโมง บางทีมีแถมจนถึงตี 5
เจอแบบนี้มาเป็นปี ตำรวจอุดรไม่เคยจัดการได้ซักที โทร 191 ไปกี่ครั้งๆก็มีแต่บอกจะประสานงานให้ อย่างมากก็เห็นแค่ขี่มาไล่รอบนึง แล้วก็เหมือนเดิม ไม่รู้ว่าคนไม่พอหรืออะไร
โดนแบบนี้เรื่อยๆสุขภาพก็แย่ จากแต่เดิมเป็นคนหลับง่าย ไม่ได้หลับได้นอนติดๆจนเริ่มหลับยาก เริ่มมีอาการหลอนพะวงกับเสียง เครียด ได้ยินเสียงอะไรนิดหน่อยก็ตื่น นี่ถ้าแถวนี้บ้านไหนมีลูกเล็กไม่อยากคิดเลยจะได้รับผลกระทบยังไง
อยากฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งจัดการจริงจังด้วย มันไม่ไหวแล้ว แล้วเชื่อว่าคนอื่นก็โดนผลกระทบเหมือนกันจากแก๊งเด็กแว๊นพวกนี้”
ทั้งนี้ภายหลัง
คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านโลกออนไลน์ ได้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นถึงพฤติกรรมของกลุ่มเด็กวัยรุ่นดังกล่าวว่าเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านเป็นอย่างมาก รวมทั้งอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขและจัดการปัญหาอย่างจริงจัง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.sanook.com/news/7796562/ ด้วยค่ะ